ข้อมูลทั่วไปของติมอร์ฯ

 

ชื่อทางการ:                  สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเล (Democretic Republic of Timor-Leste)

เมืองหลวง:                   กรุงดิลี (Dili)

สภาพภูมิศาสตร์:            มีพื้นที่ 14,870 ตาราง กม. ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ ซึ่งเป็นเกาะอยู่ปลายหมู่เกาะซุนดาน้อยของอินโดนีเซีย

ภาษา:                         ภาษาเตตุม และภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการ ภาษาอังกฤษและภาษาบาฮาซาอินโดนีเซีย เป็นภาษาใช้งานได้ทั่วไป

ประชากร:                    ประมาณ 1.3 ล้านคน  ร้อยละ 90 นับถือศาสนา คริสเตียนนิกายโรมันคาทอลิก ร้อยละ 3 นิกายโปรเตสแตนต์ ร้อยละ 4 อิสลาม ร้อยละ 0.5 ฮินดู ที่เหลือนับถือพุทธ และภูตผี

วันชาติ:                        20 พฤษภาคม (วันฟื้นฟูเอกราช)

การเมือง:                     ติมอร์-เลสเต เป็นสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล รัฐสภาแห่งชาติของติมอร์ฯ ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 65 คน                                            ดำรงตำแหน่งสมัยละ 5 ปี

ประธานาธิบดี:                Mr. Francisco Guterres Lú Olo

นายกรัฐมนตรี:                Mr. Taur Matan Ruak

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือ:         Mrs. Adaljiza Albertina Xavier Reis Magno

GDP:                         1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค.ศ. 2021)

GDP per Capita:        1,295 ดอลลาร์สหรัฐ (ค.ศ. 2021)

ทรัพยากรที่สำคัญ:         น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

สินค้าส่งออกที่สำคัญ:      น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กาแฟ

การศึกษา:                    ระดับประถมศึกษาใช้เวลาในการศึกษา 6 ปี และระดับมัธยมศึกษาใช้เวลาในการศึกษา 6 ปี ระดับอุดมศึกษาใช้เวลาในการศึกษา 4 ปี

เวลา:                           เวลาที่ติมอร์ฯ เร็วกว่าที่ประเทศไทย 2 ชั่วโมง

เงินตรา:                        ติมอร์ฯ ใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินตราประจำชาติ

การซื้อสินค้ายกเว้นภาษี:   สินค้ายกเว้นภาษีมีบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนามบินเพียงแห่งเดียว

ธนาคาร:                       เปิดทำการวันจันทร์-วันศุกร์ เวลาทำการระหว่าง 09.00 -16.00 น. ปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์เปิดบริการในกรุงดิลีจำนวน 5 ธนาคาร ได้แก่ (1) ธนาคาร Mandiri (อินโดนีเซีย) (2) ธนาคาร Australian and New Zealand Banking Group Limited : ANZ (ออสเตรเลีย) (3) ธนาคาร Banco Nacional Ultramariano : BNU (โปรตุเกส) (4) Bank Republic Indonesia : BRI (อินโดนีเซีย) และ (5) ธนาคารแห่งชาติติมอร์ฯ Banco National de Commercio de Timor-Leste (BNCTL )

โทรศัพท์:                       รหัสประเทศติมอร์ฯ 670 ทั่วประเทศ รหัสโทรศัพท์เข้าประเทศไทย 0066 รหัสโทรศัพท์เข้ากรุงเทพ 00662 ที่ติมอร์ฯ ไม่มีโทรศัพท์สาธารณะ ส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์มือถือแบบบัตรเติมเงิน ซึ่งมีบัตรราคา 5, 10, 15, 25, 50 ดอลลาร์สหรัฐ บัตรโทรศัพท์มีขายทั่วไปตามมุมถนนต่างๆและหน้าโรงแรม อัตราค่าโทรศัพท์มือถือเข้ากรุงเทพฯ นาทีละ 58 เซ็นต์ โทรศัพท์มือถือที่นำไปจากประเทศไทยสามารถซื้อซิมการ์ดเปลี่ยนเพื่อใช้งานในติมอร์ฯ ได้ในราคา 1 ดอลลาร์ ใช้โทรศัพท์ได้ทั้งภายในและต่างประเทศ

ขนส่งมวลชน:                    การคมนาคมในติมอร์ฯยังไม่สะดวก เนื่องจากรัฐยังไม่ได้เข้ามาจัดระบบขนส่งมวลชนอย่างจริงจัง ประชาชนทั่วไปในกรุงดิลีเดินทางด้วยการเดินเท้า รถจักรยานยนต์ และรถโดยสารเล็ก หรือ Mikrolet บริการรับส่งผู้โดยสารในกรุงดิลีเป็นรถของเอกชน เก็บค่าโดยสาร คนละ 25 เซ็นต์ (นักเรียนเก็บ 10 เซ็นต์)

                                      - การเดินทางระหว่างจังหวัด ที่กรุงดิลีมีรถประจำทางรับส่งผู้โดยสารไปต่างจังหวัดที่ท่ารถ Hali-Laran; Comoro; และ Becora อัตราค่าโดยสารขึ้นกับระยะทาง

                                      - รถแท็กซี่ มีบริการในกรุงดิลีตั้งแต่เวลา 07.00 น. - 18.00 น.อัตราค่าโดยสารคนละ 1 ดอลลาร์ แต่หากระยะทางไกลอาจเพิ่มเป็น 2 ดอลลาร์

                                      - สนามบินประธานาธิบดีนิโคเลา โลบาโต (Presidente Nicholau Lobato International Airport) ตั้งอยู่ในกรุงดิลีห่างจากตัวเมือง 5 กม.

การเดินทางระหว่างประเทศ

ก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 มีสายการบินให้บริการ 3 เส้นทาง ได้แก่ 

        1) เส้นทางเดนปาซาร์-ดิลี-เดนปาซาร์  โดยมี 2 สายการบินที่ให้บริการ คือ

                - สายการบิน Air Timor ด้วยเครื่องบินของ Garuda Air ของอินโดนีเซีย บินไป-กลับ เดนปาซาร์-ดิลี-เดนปาซาร์ ทุกวัน

                - สายการบิน Sriwijaya Air ของอินโดนีเซีย บินไป-กลับ เดนปาซาร์-ดิลี-เดนปาซาร์ ทุกวัน

        2) เส้นทางสิงคโปร์-ดิลี-สิงคโปร์  โดยสายการบิน Air Timor ของติมอร์ฯ ด้วยเครื่องบินของสายการบิน silk air ของ Singapore Airlines บินไป-กลับ สิงคโปร์-ดิลี-สิงคโปร์ ทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์

        3) เส้นทางดาร์วิน-ดิลี-ดาร์วิน  โดยสายการบิน Air North ของออสเตรเลีย บินไป-กลับ ดาร์วิน-ดิลี-ดาร์วิน ทุกวัน

การเดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมืองต้องใช้รถแท็กซี่ (airport taxi) ซึ่งกำหนดอัตราค่าโดยสารไว้ด้วยแล้ว (ค่าโดยสารเฉลี่ยประมาณ 5 ดอลลาร์)

การเดินทางเข้าประเทศติมอร์:

ปัจจุบันติมอร์ฯ ควบคุมการเข้าเมืองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนี้ (1) ห้ามคนต่างชาติเข้าประเทศ ยกเว้นนักการทูต เจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการและพนักงานที่ทำโครงการภายใต้รัฐบาลติมอร์ฯ และการขนถ่ายสินค้า (2) ห้ามการบินของเที่ยวบินพาณิชย์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นรายกรณี (3) ปิดพรมแดนทางบก ติมอร์ฯ – อินโดนีเซีย (ติมอร์ตะวันตก) ยกเว้นการขนถ่ายสินค้าตามวันและเวลาที่กำหนด และเป็นไปตามระเบียบ อาทิ การเปลี่ยนคนขับพาหนะเมื่อเข้าหรือออกจากติมอร์

อนึ่ง ผู้ที่เดินทางเข้าติมอร์ฯ จากต่างประเทศจะได้รับการยกเว้นการกักตัว 14 วัน หากได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 ครบโดส


การเข้าเมือง: สามารถขอวีซ่าได้ที่สนามบิน ซึ่งอนุญาตให้พำนักอยู่ได้นาน 30 วัน ค่าธรรมเนียมวีซ่า 30 ดอลลาร์ ส่วนผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม และหนังสือเดินทางต้องมีอายุใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน

การเดินทางขาออก                ทุกคน ต้องเสียค่าธรรมเนียมสนามบิน 10 ดอลลาร์  ที่สนามบินไม่มีบริการแลกเปลี่ยนเงินตราสำหรับผู้เดินทาง  

- ผู้ที่มีความประสงค์จะพำนักอยู่ในติมอร์ฯ เกินกว่าระยะเวลา 30 วันที่ ได้รับอนุญาตตามวีซ่าเข้าเมืองสามารถติดต่อยื่นขอต่อวีซ่าได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่ Vila Verde

- สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะขอวีซ่าทำงาน(Work Visa) จะต้องแสดงหลักฐานสถานที่ทำงานเมื่อเดินทางเข้าประเทศ พร้อมทั้งหลักฐานการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและสุขภาพจากประเทศไทย  นักธุรกิจต่างชาติสามารถสมัครขอ Resident Visa ได้โดยต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนบริษัท
 

การพำนักในประเทศติมอร์ฯ มีข้อควรปฏิบัติ คือ

-ถ่ายสำเนาหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชน ตั๋วเดินทางเก็บไว้ที่ตัวเพื่อใช้เป็นหลักฐานหากหนังสือเดินทางหาย

-ผู้ที่เดินทางมาทำงานต้องติดต่อขอหลักฐานการตรวจสอบประวัติจากอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาด้วย เพื่อทำเรื่องขอวีซ่าทำงาน

-ผู้ที่เดินทางเข้าไปทำงานหรือพำนักอยู่ในติมอร์ฯ เป็นระยะเวลานาน ควรรายงานตัวต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมกับแจ้งหมายเลขโทรศัพท์และหนังสือเดินทางไว้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการติดต่อให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน
 

ข้อพึงระวัง

-โรคระบาดที่แพร่เชื้อโดยยุงเช่นมาเลเรีย และไข้เลือดออก มีอยู่ชุกชุมในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน ไม่ควรนอนตากยุง และควรสวมเสื้อแขนยาวให้รัดกุมในเวลาเย็นและค่ำ

-กฎหมายติมอร์ฯ มีบทลงโทษหนักสำหรับความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

-ชาวต่างชาติที่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการทางการเมืองของติมอร์ฯ อาจมีโทษปรับ กักขังและส่งตัวออกนอกประเทศ

-การนำเงินตราต่างประเทศเข้าไปในติมอร์ฯ เกินอัตราที่กำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สำนักงาน Banking and Payment Authority: BPA เป็นความผิดตามกฎหมายติมอร์ฯ

 

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายเข้าเมืองและวัฒนธรรมประเพณีของชาวติมอร์ฯ

การแต่งกาย:
ชาวติมอร์ฯ แต่งกายง่ายๆ และมีรสนิยมอนุรักษ์นิยม เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่เป็นคริสเตียนนิกายโรมันคาธอลิก การแต่งกายมาตรฐานสำหรับผู้ชายติมอร์ฯ ในสถานที่ทำงานและงานเลี้ยงต่างๆ นิยมสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นหรือแขนยาว และกางเกงขายาว ไม่นิยมการผูกเน็กไท (งานพิธีการทั่วไปไม่นิยมสวมแจ็กเก็ตทับ) สำหรับการแต่งกายลำลองนิยมสวมกางเกงขายาวและเสื้อยืด

ผู้หญิงติมอร์ฯ แต่งกายมิดชิดในที่สาธารณะและสถานที่ทำงาน นิยมใช้เสื้อผ้าสีเรียบๆ และวัยรุ่นติมอร์ฯ นิยมสวมกางเกงยีนขายาว และเสื้อยืด

ผู้ชายติมอร์นิยมไว้ผมสั้น ในขณะที่ผู้หญิงติมอร์ฯ ไม่นิยมการดัดผม

ศาสนา วัฒนธรรมประเพณี:
ชาว ติมอร์ฯส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันแคทอลิก ดังนั้นวันอาทิตย์จะเป็นวันสำหรับครอบครัวและไปโบสถ์ วันหยุดทางศาสนาทุกวันเป็นวันสำคัญที่ชาวติมอร์ฯ มักมีส่วนร่วมจริงจังทั่วประเทศ โดยเฉพาะเทศกาลอีสเตอร์นั้น เป็นเทศกาลที่ประชาชนทั่วประเทศมักจะถือศีลอด ไม่ทานเนื้อทุกวันศุกร์ ช่วงประมาณ 40 วันก่อนวันอีสเตอร์ และในวันอีสเตอร์นั้นในกรุงดิลีจะมีการเดินพาเหรด โดยนักบวชอาวุโสจะนำขบวนชาวบ้านเดินจากโบสถ์โมตาเอลไปยังอนุสาวรีย์พระแม่มา รีที่เลซิเดเร่ วันสำคัญทางศาสนาอื่นๆได้แก่ วัน Assumption Day (15 สิงหาคม) วัน Immaculate Conception Day (8 ธันวาคม)

งานแต่งงานเป็นงานสำคัญสำหรับชาวติมอร์ฯ มีพิธีทางศาสนาในโบสถ์ แล้วฉลองด้วยการกินและดื่ม นิยมเต้นรำในงานแต่งงาน

งานศพเป็นงานที่สำคัญมากในวัฒนธรรมของติมอร์ฯ เมื่อมีคนตาย ญาติพี่น้องไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดจะต้องไปร่วมงานศพ ในงานศพคืนแรกหลังจากที่เสียชีวิตนั้นญาติพี่น้องทุกคนจะนั่งเฝ้าศพทั้งคืน โดยทั่วไปจะไม่ยอมนอนกันในคืนนั้น และมีการเลี้ยงอาหารตอนเที่ยงคืน บ้านที่มีงานศพนั้นสังเกตได้ง่าย โดยจะเห็นมีคนมามุงเต็มบ้าน และคนล้นออกมาถึงท้องถนน ชาวติมอร์ฯ จะขับรถผ่านบริเวณนั้นช้าๆ และไม่กดแตรรถขอทางคนที่ยืนขวางอยู่บนถนน เพราะถือเป็นการหยาบคาย ญาติใกล้ชิดของผู้ตายจะติดแถบดำไว้ทุกข์ให้ผู้ตายเป็นเวลา 12 เดือนโดยในช่วงนี้จะต้องไม่ไปร่วมงานเต้นรำ และเมื่อครบกำหนดไว้ทุกข์ก็จะมีงานฉลองถอดแถบดำไว้ทุกข์

การสนทนาและปฏิบัติตัวเมื่อพบกับคนท้องถิ่น:
การไปเยี่ยมคนท้องถิ่นที่บ้านนั้น เมื่อเข้าไปในบ้านควรทุกทายกับทุกคนที่อยู่ในบ้านนั้น โดยเฉพาะคนสูงอายุควรแสดงความสุภาพเป็นพิเศษ

การทักทายสำหรับเพศเดียวกันนิยมการสัมผัสมือ แต่การสัมผัสไม่รุนแรงนิยมการจับมืออย่างนุ่มนวลมากกว่าการจับมือกระชับ บางคนอาจมีนิสัยในการจับมือแล้วเอามือข้างที่จับมือกับเราไปแตะที่หน้าอก เป็นการแสดงความรู้สึกว่าทักทายจากใจและรู้สึกอบอุ่นใจ เป็นมิตร ชาวติมอร์ฯ นิยมแนะนำตัวเองในขณะที่สัมผัสมือ

การทักทายด้วยการสัมผัสมือนั้น พยายามใช้มือขวา เพราะมีคนไม่น้อยที่รังเกียจมือซ้าย ทั้งนี้รวมถึงการยกอาหารให้ชาวติมอร์ฯ หรือการรับอาหารจากชาวติมอร์ฯ หรือแม้แต่การทานอาหารร่วมกับชาวติมอร์ฯ หากจะใช้มือซ้ายมักขอโทษผู้ที่อยู่ร่วมก่อนด้วย

ชาวติมอร์ฯ ที่เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน หรือเป็นเพื่อนสนิทกันมักทักทายด้วยการสัมผัสแก้มกัน ทั้งระหว่างหญิงกับหญิง และชายกับหญิง แต่ชาวต่างชาติที่เป็นคนนอกควรระมัดระวัง ไม่สัมผัสแก้มในการพบกันครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพศตรงข้าม สำหรับการทักทายเพศตรงข้ามนั้น การทักกับหญิงติมอร์ฯด้วยการพยักหน้าและยิ้มให้ ถือว่าพอเพียงแล้ว หรือหากจะสัมผัสมือเบาๆ ก็ถือว่าสุภาพ

ชาวติมอร์ฯ เหมือนชาวเอเชียทั่วไป คือหากคนเพศเดียวกันเดินจูงมือหรือเกาะแขนกัน ไม่ได้เป็นพฤติกรรมแสดงว่าเป็นกิ๊ก- เป็นเกย์ แต่เป็นการแสดงถึงความสนิทสนมของคนทั้งสองเท่านั้น

รอให้เจ้าของบ้านเชิญ จึงค่อยนั่ง- กินหรือดื่ม แม้ว่าเมื่อเดินทางไปถึงจะไม่หิว แต่เมื่อได้รับเชิญจากเจ้าบ้านควรทานเล็กน้อยพอเป็นพิธี ไม่ควรปฏิเสธเสียทีเดียวถือเป็นการเสียมารยาท

การใช้นิ้วชี้ชี้ไปที่ใครคนหนึ่งถือเป็นกิริยาไม่สุภาพ หยาบคาย หากจำเป็นควรผายมือไปทางคนนั้นแทนการชี้

คนสูงอายุในชนบทนิยมพยักหน้าทักทาย ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงความเคารพผู้ที่ทักด้วย จึงควรแสดงการทักทายตอบอย่างนอบน้อมด้วย และชาวติมอร์ฯ ถือว่าศีรษะเป็นของสูง ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสศีรษะของคนสูงอายุ

ของฝากที่นิยมถือติดมือไปฝากเจ้าบ้านเมื่อไปเยี่ยมคือบุหรี่ หากเป็นคนสูบบุหรี่อยู่แล้วการนำบุหรี่ออกมาเสนอให้เจ้าบ้านสูบด้วยเป็น มารยาทที่พึงกระทำ และเมื่อเสนอให้ทุกคนสูบแล้วก็วางซองบุหรี่ไว้ที่นั่นด้วยเมื่อลากลับก็ไม่ ต้องหยิบกลับ ไม่ถือว่าลืม แต่เป็นวิธีปฏิบัติที่ผู้ชายที่นี่ทำกัน ผู้ชายติมอร์ฯเกือบทุกคนสูบบุหรี่ ขณะที่ผู้หญิงแทบไม่มีใครสูบบุหรี่ บุหรี่ที่นิยมสูบทั่วไปในติมอร์ฯ เป็นบุหรี่จากอินโดนีเซีย ราคาซองละ 1 ดอลลาร์
 

ความปลอดภัยด้านการจราจร:

การจราจรในติมอร์ฯ รถยนต์จะวิ่งด้านซ้าย และพวงมาลัยรถจะอยู่ด้านขวามือ มีสัญญาณไฟจราจรตามแยกต่างๆในกรุงดิลี แต่ในวันที่ไฟฟ้าดับต้องใช้ความระวัดระวังในการขับยานพาหนะ

การขับรถยนต์ในต่างจังหวัดในพื้นที่ภูเขาสูงขณะที่ฝนตกเป็นการเสี่ยงอันตราย เนื่องจากในติมอร์ฯดินบนภูเขามักถล่มลงมาเมื่อเกิดฝนตกหนัก ทำให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะอาจได้รับอันตรายทั้งจากดินถล่ม และหินก้อนโตบนไหล่เขากลิ้งลงมาทับรถ

ปัจจุบัน กรมการขนส่งติมอร์ฯ ยอมรับใบขับขี่ต่างชาติ โดยหากนำใบขับขี่ไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองเอกสารโดยสถานทูต ทางการติมอร์ฯ จะออกใบขับขี่ของติมอร์ฯ ให้
 

อาหารการกิน และข้อควรระวังด้านสาธารณสุข:
อาหารอินโดนีเซียเป็นอาหารราคาถูกที่หาได้ทั่วไปในกรุงดิลี หากประสงค์จะทานควรเลือกร้านที่มีคนเข้าไปทาน และการจัดวางอาหารภายในร้านสะอาดถูกสุขอนามัย ไม่มีแมลงวันตอม บางร้านจะแถมน้ำเปล่าให้ลูกค้าดื่ม ควรหลีกเลี่ยงและสั่งน้ำบรรจุขวดมาดื่มแทน เพราะน้ำที่นำมาให้ดื่มมักเป็นน้ำประปาที่ยังไม่ได้ต้ม

ในระหว่างที่พำนักอยู่ในกรุงดิลี ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากก๊อกน้ำที่ยังไม่ได้ต้ม และซื้อน้ำบรรจุขวดดื่ม

โรคบิดมีตัว หรือ บิดอะมีบา จัดเป็นโรคประจำถิ่นในติมอร์ฯ